รีวิวการเดินทางไปอเมริกา 2019 สุวรรณภูมิ(BKK) –> Narita (Japan) –> Dallas (Texas)–> BNA (Nashville)

สุวรรณภูมิ(BKK) –> Narita (Japan)

วันนี้เป็นวันที่ 26 ก.ค. ปี 2019 เป็นวันที่เราจะต้องเดินทางไปอเมริกาแล้ว เราโชคดีมากๆที่มีเพื่อนเดินทางไปด้วยกันจนถึงปลายทางด้วยกัน 3 คน คือมีน้องนอร์ธ, เอม แล้วก็เรา พี่ที่ YES นัดพวกเรา 3 คนไปเจอกันที่เคาน์เตอร์ R ชั้น 4 ตอนตี 5 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เรากับพ่อแม่ไปถึงที่นั่นประมาณตี4 ครึ่ง ก็นั่งกินแซนวิชรอ จากนั้นพี่ๆก็พาพวกเราไปเช็คอิน สิ่งหนึ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจตอนเช็คอินคือตอนชั่งน้ำหนักกระเป๋าค่ะ ลุ้นเอายิ่งกว่าวันที่1 กับ 16 เลขที่ออกคือ 22.9 kg?? อะไรมันจะฉิวเฉียดขนาดน้านนแต่ก็ยังดีค่ะ ที่ไม่เกินเห้อ- -” โชคดีที่ได้นั่งด้วยกันด้วย แล้วพี่จากทาง YES ก็อธิบายการเดินทางในครั้งนี้ คือพวกเราจะต้องไปลง Narita ญี่ปุ่น ยังไม่ต้องไปเอากระเป๋าโหลด ไปขึ้นเครื่องต่อเลย แต่จะไปเคลมเอากระเป๋าตอนถึง Dallas ที่อเมริกา แล้วก็ผ่านตม. ที่นั่นเลย จากนั้นค่อยเอากระเป๋ากลับเข้าสายพาน บินต่อไปเมือง Nashville รัฐ TN ที่พวกเราจะไปอยู่ ที่ๆ โฮสของพวกเราจะมารับ

หลังจากนั้นพวกเราก็ร่ำลากับพ่อแม่ ญาติของตัวเอง แล้วก็ออกเดินทาง พี่ๆกับพ่อแม่ของเพื่อนอีก 2 คน ยกให้เราเป็นผู้นำในการเดินทางในครั้งนี้ /คิดในใจ ฮะ.. อะไรนะ.. เพราะเราเคยไปอเมริกาแล้ว /ฮะ!!! … ซึ่งบอกตรงๆตอนนั้น ไม่มั่นใจเอาซะเล๊ย555 เพราะตอนที่ไปครั้งนั้นก็ตามๆเพื่อนไป แล้วก็มีคุณครู พี่ๆเจ้าหน้าที่จากทางโครงการไปด้วยกันด้วย แต่ก็เอาวะ ลุยยยย บอกตัวเอง ต้องตั้งสติให้ดี ไม่มั่นใจตรงไหนก็ถาม วางแผนดีๆ เช็คข้าวของทุกที่ที่ไปนั่ง ตั้งสติ!!

20190731_001
20190731_003
20190731_002

Gate ของพวกเราที่ออกเดินทางไปญี่ปุ่นคือ gate f6 สุดทางไปเลย ก็เดินๆตามป้ายไป ถ้าสังเกตดีๆ ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงนะเอาจริงๆ มีป้ายคอยบอกอยู่ตลอดทางเลย พอถึง gate พวกเรา3 คนก็นั่งเล่นทรส. โทรหาเพื่อน, พ่อแม่ของตัวเอง จนใกล้ๆจะถึง board time (ขึ้นเครื่อง) ก็ได้เจอกับเพื่อนนอร์ธ ชื่อ ฟิวเจอร์ ถามไปถามมาคือไปแลกเปลี่ยนที่เมกาเหมือนกัน จะได้ไปอยู่รัฐ Georgia ซึ่งก็ติดกับรัฐ TN เลย ไปกับโครงการ IEE พอตอนขึ้นเครื่อง ก็นั่งข้างหน้าพวกเรา 3 คนที่นั่งด้วยกัน ฟิวเจอร์ไออยู่ตลอดทางเลย เราก็เลยให้คลอเร็ตส์เขา แล้วเราก็ได้คุยกันเล็กน้อย เขาบอกว่าให้เราปลุกด้วยนะตอนใกล้จะถึง แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าเหลืออีก 1 ชม. ใกล้จะถึง เขาดันเป็นฝ่ายมาปลุกเราแทน เพราะนอนสบายมาก555 แล้วก็นอนไม่ค่อยหลับเมื่อคืน เลยนอนยาวเลย

20190731_006
20190731_005

พวกเราเดินทางจากกทม.ไปญี่ปั่นใช้เวลา 6 ชม.บนเครื่องบิน ตั๋วที่พวกเราถือเป็นตั๋ว economy แต่ก็สบายสุดๆเลยนะ ไม่ได้ลำบากอะไรเลย ที่นั่งของพวกเราก็ดีด้วยใกล้ห้องน้ำ มีจอข้างหน้าที่นั่งของทุกคน พร้อมหูฟังกับรีโมตจะเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลงก็ได้ ก็ฆ่าเวลาได้ดีเลยทีเดียว เป็นการนั่งเครื่องบินที่สบายมากๆ ข้างๆเป็นคุณตาชาวญี่ปุ่นที่แต่งตัวเรียบร้อยมากๆ เวลาจะขอไปเข้าห้องน้ำ (เพราะเขานั่งริม)ก็ยินดีลุกให้ เป็นคนที่สุภาพมากๆ ลุคที่เห็นจะเป็น typical japanese สุดๆอะ พี่ๆแอร์ชาวญี่ปุ่นก็เป็นมิตรมากๆ ใจดี ยิ้มให้เราตลอด พูดไทยได้ด้วยค่ะ ?? (ดีต่อใจมากค่ะ)ถ้าพี่เขาถามเราภาษาอังกฤษแล้วเราไม่เข้าใจ พี่เขาก็จะพูดภาษาไทย อาหารที่ทางเครื่องเสิฟก็u89มีให้เลือก 2 อย่าง เราเลือกจะกิน แกงมัสมั่นราดข้าว แล้วก็มี ผลไม้ สลัดผักเป็นกับแกล้ม อร่อยมากก ผลไม้สดสุดๆ เป็นการกินอาหารบนเครื่องของเราซึ่งน้อยครั้งจะอร่อย แต่ครั้งนี้ประทับใจมากๆค่ะ แล้วก็มีไอติมรสวานิลลามาเสิฟ ซึ่งเป็นรสโปรด โอ๊ยยยสายการบิน JAL นี้แอมขอให้10เต็ม 10 ไปเลยค่าา5

20190731_004
20190731_007

Narita (Japan) –> Dallas (Texas)

ใช้เวลา 11 ชม.ครึ่ง ครั้งนี้เป็นการนั่งเครื่องสายการบิน American airline จากนาริตะไปเมือง Dallas รัฐ Texas พวกเรามาถึงสนามบินนาริตะตอนประมาณ 4 โมงครึ่ง (16.30) และ boarding time คือ 17.05 อะ วิ่งสิคะรอไร?? ยังไม่รู้ gate ก็ต้องไปดูบนบอร์ดก่อน ละก็เลยได้รู้ว่าต้องไป gate 88 ก็เลยรีบวิ่งไป เพราะบิน 17.55 และเวลาค่อนข้างกระชั้นชิด ได้นั่งรอต่อเครื่องแปปเดียวเท่านั้น ซิมเน็ตก็ยังไม่ได้เสียบใส่เลย เพราะใส่ไม่ได้ใช้ไม้จิ้มจนรูมันจะพังแล่ว?? เห้อมีอยู่ในมือแท้ๆ แต่ใช้ประโยชน์กับมันไม่ได้ ทำตอนอยู่บนเครื่อง ไม้เสียบซิมก็ดั๊นมาหักเอา กะจะนั่งทำดีๆตอนอยู่ญี่ปุ่นก็ไม่มีเวลาได้ทำเลย โชคดีมากที่ใช้ wifi สนามบินได้ ดีจริงๆ ไอเริ้ป Narita airport มั่กๆค่ะ แล้วจากนั้นพวกเราเลยเซย์ goodbye กับฟิวเจอร์ และแยกทางกันตรงนั้น เพราะเขาต่อเครื่องไป LA ตอน 6 โมงเย็น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเวลานิดหน่อย เอมก็รีบวิ่งไปซื้อขนมญี่ปุ่นแถวนั้น และเราก็มีเวลามานั่งชมวิวข้างนอกหน้าต่างและถ่ายรูปสนามบินญี่ปุ่น แน่นอนสิ่งหนึ่งที่ชอบเกี่ยวกับสนามบินของญี่ปุ่นก็คือห้องน้ำ น่ารักที่สุด ดูทันสมัยมาก มีปุ่มกด สายฉีดที่กดเอาไม่ต้องจับ ไฮเทคมาก จนต้องถ่ายรูปมาค่ะ????

20190731_011
20190731_010
20190731_013
20190731_014

Dallas (Texas)—> BNA (Nashville)

ปลายทางแร้วว วู้ววว? Boarding time คือ ประมาณ 6 โมงเย็น ละพวกเราจะไปถึง Dallas ประมาณ 4 โมงเย็น ตามเวลาท้องถิ่นของที่นู่น มีเวลาแค่ 2 ชม.เท่านั้น omg ในการผ่านตม.ซึ่งแถวจะยาวแค่นั้นก็ไม่รู้ ไปเอากระเป๋าที่สายพาน ก็ยังไม่แน่ใจอีกว่าสายพานไหน ซึ่ง เพื่อนเรา 2 คนมีกระเป๋าโหลดคนละ 2 ใบ เราเอามา 1 ใบ ละก็ต้องไปผ่านศุลกากร จากนั้นก็เอากระเป๋าไปเข้าสายพานอีกครั้ง….. จะทันมั้ยเนี๊ยยย คือสิ่งที่คิดมาตลอดทางมา Dallas

@Dallas airport กว่าจะออกจากเครื่องบินได้ ก็ประมาณ4 โมงครึ่ง บอกกับตัวเองไว้เลยว่าสิ่งแรกที่เราจะทำคือ เข้าห้องน้ำ หลังไม่ได้เข้ามา 12 ชม.ได้ เพราะคนเข้าเยอะ + ออกยาก + เหนื่อยมาก นอนมาตลอดทาง แล้วเราก็ได้เข้า เสร็จธุระเรียบร้อย เห็นแถวยาวมากกกก ล้นออกมาจากที่กั้นเลยอะ แต่โชคดีเพราะ นั่นไม่ใช่แถวที่พวกเราจะไปต่อ555 เป็นตม.ของ US กับ Canada citizen (ป้ายสีส้ม)ดีไปอย่างไม่งั้นตกเครื่องแน่?? (ปล. ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะเจ้าหน้าที่เยอะมาก ไม่น่่าจะอนุญาตให้ถ่ายได้) ก็เดินต่อไปอีกนิดหน่อยจะเจอป้ายสุดท้าย (สีเทา)เป็นป้ายของคนที่ถือวีซ่านร. ค่อนข้างมั่นใจว่าจะเป็นแถวนี้แหละ (แทบไม่มีคน มีประมาณ 2-3 คนต่อเคาน์เตอร์ บางเคาน์เตอร์ก็ไม่มีคนเลย) แต่ก็เข้าไปถามพนักงานก่อนให้แน่ใจอยุ่ดี

“I’m holding J1 visa, should i be lining here?”

“Are you a student?”

“Yes yes.”

“Ok, here.”

แล้วเราก็เข้าไปต่อ ซึ่งเคาน์เตอร์ที่เราไปว่างพอดี เลยได้ไปเจอเจ้าพนักงานทันที เขาก็ถามว่ามาเรียน high school หรอ ถามที่อยู่ host ขอดู ds 2019 สแกนพาสปอร์ต แล้วก็ให้ผ่านเลย ประมาณ5 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย ฮู้ววโชคดีไป เร็วกว่าที่คิดไว้เยอะ จากนั้นพวกเราก็ไปช่อง baggage claim ดูจากป้ายไฟลท์เป็นช่อง d7 แล้วก็เอากระเป๋า นอร์ธกับเอมก็ตามมาทีหลัง จากนั้นพวกเราก็เดินผ่าน custom ไป พนักงานผช.ยืนถือปืนด้วย ตอนเดินผ่านต้องถือพาสปอร์ตทุกคน ให้เจ้าพนักงานมองเห็นได้ เสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ไป recheck กระเป๋าเข้าสายพานอีกครั้ง จากนั้นพวกเราก็ขึ้นบรรไดเลื่อนไปที่ gate A18 ไป Nashville ซึ่งต้องไปต่อแถวยาวเลย เป็นประตูตรวจกระเป๋า carry on ประตูเดียวไปได้ทุก gate เรากับนอร์ธผ่านได้เรียบร้อย แต่เอมมีสัญลักษณ์ SSSS อยู่บน boarding pass เลยไม่ผ่านมาง่าย เหมือนเป็นตัวบอกว่า ไม่ได้ผ่านการตรวจมาเหมือนเพื่อน ต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียดอะไรอย่างงั้น เรากับนอร์ธก็รอ นู่นนี่นั่น แต่สุดท้ายพวกเราก็ต้องช่วยตัวเอง เราไม่เห็นเอมแล้ว ก็เลยเข้าไปถามพนักงานว่าเห็นเพื่อนชั้นมั้ย เธอเจอแบบนี้นู่นนี่นั่น แล้วก็ได้รู้ว่าเขาย้ายเอมไปตรวจอีกที่นึงชื่อ d18? กำลังหาอยู่ เอมก็เดินมาเจอพวกเราก่อน โชคดีมาก โล่งอกไปที555 ตอนนั้นเวลา จะ 6 โมง แล้วถ้าตจำไม่ผิดน่าจะ 17.50 แล้วอะ แล้ว boarding time คือ 17.59 โอเคไม่เป็นไรทันแน่นอน แล้วพวกเราก็ขึ้น skylink ไปเกต A ทั้งหมด (All A gates)ซึ่งเป็นอีกอาคารนึงเลย แล้วก็เดินไปถึง A18 ซักที ภาพที่เห็นก็เป็นทักคนยืนต่อแถวเข้าคิวขึ้นเครื่องกันอีกเหมิอนกับที่นาริตะ ตอนนี้เรากำลังนั่งเครื่องไป Nashville สภาพตอนนี้คืออยากแปรงฟันมาก ?? แล้วก็ง่วง เหนื่อย โคตรเพลีย หนาวขา แต่ก็ต้องทนอะนะ จะถึงแล้วบอกตัวเอง

20190731_018
20190731_019
5576

เจอ Host แล้วคะ ( โฮส Mum/Dad มารับที่สนามบิน)


แอม(YES รุ่น 26/32)

[Total: 0    Average: 0/5]