ไฟลท์พิเศษ กลับไทยช่วงวิกฤต Covid-19

ไฟลท์พิเศษ กลับไทยช่วงวิกฤต Covid-19 (ตอนที่ -2)

image034

หลังจากผ่าน security เข้าไปแล้ว สิ่งที่เราเห็นคือ ร้านค้าต่างๆ ไม่ได้เปิดทั้งหมดร้าน Starbuck ปิด ร้าน Duty Free บางร้านเปิดแต่แทบไม่มีคน โชคดีที่ 7-11 เปิด เรากับเพื่อนๆที่เดินทางด้วยกันก็เลยได้ซื้อของกินเล็กๆน้อยๆ ก่อนขึ้นเครื่อง  

image035

ช่วงบ่าย 3 กว่าค่ะ ต่อแถว check in แถวยาวมากกกกก คนไทยล้วนๆค่ะ

จาก Hawaii ก็นั่งอยู่บนเครื่องตลอดเวลาจนถึงประเทศไทยเลยค่ะ เครื่องไปจอดลงอีกทีที่ Okinawa ประเทศญี่ปุ่น ทุกคนไม่ได้ลง บนเครื่องตอนแรกเราเข้าใจว่าไฟลท์ลักษณะนี้หรือที่บางคนเรียกไฟลท์ทหาร เครื่องจะเป็นแบบทหารหรือเปล่า จะไม่มีการเสิร์ฟอาหารหรือเปล่า เราเลยมีการซื้อขนมติดตัวไปด้วย แต่ปรากฏว่าทางสายการบินก็มีให้ครบทุกมื้อ รวมทั้งอาหารว่างให้ตามปกติเลยค่ะ เครื่องบินก็เป็นเครื่องบินพาณิชย์ปกติค่ะ สายการบิน Omni International

นอกจากนี้การจัดที่นั่งที่ทางสายการบินจัดให้ก็จะยึดหลัก Social Distancing ค่ะ แถวที่มี 3 ที่นั่งจะเว้นที่นั่งตรงกลางไว้ และพยายามจัดที่นั่งให้ห่างๆกันให้มากที่สุดค่ะ 

image040
Kanpitcha
image042

อาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องบินค่ะ

image049
image054
image050

ในวันที่ 19 เมษายน 2563 ประเทศไทย ในที่สุดก็มาถึงประเทศไทยอย่างสวัสดิภาพค่ะ ^^

จากภาพข้างต้น คือทางการมีข้อปฏิบัติที่พวกเราต้องปฏิบัติคือ พวกเราที่นั่งเครื่องกันมาสามารถลงจากเครื่องบินได้ทีละ 1 คนเท่านั้น และจะต้องผ่านจุดคัดกรองการทำความสะอาดทั้งร่างกาย เปลี่ยนหน้ากากอนามัย และใช้เจลทำความสะอาดกระเป๋า Carry On ที่นำมาติดตัวมาด้วยบนเครื่องบิน แล้วจึงเดินต่อๆกันไปขึ้นรถบัสไปที่โรงแรม Ambassador City พัทยา ซึ่งเป็นที่ๆพวกเราจะทำการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน และทำการตรวจโรค Covid-19 ก่อนจะสามารถเดินทางกลับบ้านต่อไป

image057
Kanpitcha
image058

สภาพห้องที่ใช้กักตัวค่ะ

ในการกักตัวที่โรงแรม Ambassador เป็นการกักตัวห้องเดี่ยว นอนคนเดียว และทางโรงแรมมีบริการอาหารให้พวกเราที่เดินทางกลับมา ครบทั้ง 3 มื้อ ซึ่งเป็นอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ผ่านการอนุมัติจากคุณหมอ ในทุกๆห้องจะมีถุงขยะสำหรับเปลี่ยนในถังขยะทุกวัน และนำออกมาทิ้งข้างหน้าห้องเพื่อให้แม่บ้านนำไปทิ้งก่อนเวลา 3 ทุ่ม มีปรอทไว้ไข้ที่พวกเราจะต้องรายงานส่งคุณหมอทุกๆวันก่อนเวลา 10 โมงเช้า นอกจากนี้ก่อนพวกเราจะได้กุญแจห้องในวันแรก ทุกคนจะได้รับคิวอาร์โค้ดสำหรับการเข้ากลุ่มไลน์ ที่คุณหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่จะใช้แจ้งข่าวสารต่างๆ รวมถึงสำหรับพวกเราในการแจ้งอาการที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย รวมไปถึงกลุ่มไลน์สำหรับการสั่งอาหารและของใช้จากทางโรงแรมเพิ่มเติม และเมื่อกักตัวครบ 7 วันก็จะมีการเรียกตรวจโรค Covid-19 เป็นการ swab เก็บเอาเนื้อเยื่อตรงส่วนลำคำและภายในจมูก ผลปรากฏว่าพวกเราทุกคนผลเป็นลบ ไม่มีใครติดโควิด สุขภาพแข็งแรงทุกคนค่า J  เมื่อกักตัวครบ 14 วัน พวกเราก็สามารถกลับบ้านได้ในวันที่ 4 พ.ค. (เริ่มกักตัววันที่ 1 วันที่ 20 เม.ษ.) เนื่องมาจากในช่วงนั้นยังไม่มีมาตรการคลาย Lockdown ในการเดินทางข้ามจังหวัดเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ต้องเตรียมเอกสารเพื่อนำไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ปกครองที่เดินทางมารับโดยเฉพาะจากจังหวัดที่อยู่ห่างไกลออกไป เมื่อกลับถึงบ้านแล้วอาจจะต้องมากักตัวที่บ้านอีก จึงเป็นการยากมากๆ ในความคิดส่วนตัวของเรานะคะ แต่โชคดีมากๆที่ทางกองอำนวยการมีบริการส่งพวกเราที่ศูนย์ราชการต่างๆ ของแต่ละจังหวัดโดยรถบัสและรถตู้ ผู้ที่ประสงค์จะกลับกับทางการจึงสามารถแจ้งไปกับเจ้าหน้าที่ได้ เราก็เลือกทางนี้ค่ะ แล้วในที่สุดในวันที่ 4 พ.ค. เราก็ได้กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยและได้ทานส้มตำข้าวเหนียวไก่ย่างนัวกันกับอาหารอีสานอื่นๆเรียบร้อยแล้วค่ะ แซ่บหลายค่า J

image068

ภาพอาหารที่ทางโรงแรม Ambassador จัดให้พวกเรา โดยจะนำอาหารและของใช้ที่จำเป็นมาว่างที่โต๊ะหน้าห้องทักวัน 3 เวลา เช้า เที่ยง เย็นค่ะ

สุดท้ายนี้ เราอยากจะขอขอบคุณพี่ๆจากสถานทูต คุณหมอ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกๆหน่วยงาน ทุกๆท่าน จากใจจริงๆเลยนะคะ ที่ให้ความช่วยเหลือและดูแลพวกเราทุกคนให้ได้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยอย่างดีที่ที่สุด และทำให้การเดินทางในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้พวกเรานักเรียนแลกเปลี่ยนต้องกลับบ้านเร็วกว่ากำหนด แต่สำหรับการได้มีโอกาสนั่งเครื่องบินไฟลท์พิเศษกลับบ้านในครั้งนี้ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษ และหาไม่ได้จากที่ไหนเลยจริงๆค่ะ ^^

image069
[Total: 0   Average: 0/5]